โดยยึดหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.เตรียม ใจก่อนจะเกษียณอายุ ยิ่งเตรียมตัวล่วงหน้านานเท่าไหร่ยิ่งดี ยิ่งรอบคอบยิงดี นั่นคือ รู้ชอบเห็นชอบ ตามกฎของธรรมชาติตามความเป็นจริง คือ เตรียมการที่จะใช้ชีวิต หลังเกษียณอายุ ใช้เวลาทดแทนอย่างไร
2. เตรียมจัดสรรรายรับ-รายจ่ายอย่างรอบคอบ พยายามปลดหนี้ให้หมดก่อนเกษียณอายุ
3. พิจารณาถึงชีวิตของท่านว่า ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลามี เกิด แก่ เจ็บ ตาย
4. ฝึกให้เป็นคนมีพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
5. ตรวจร่างกายเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ให้ความสำคัญในเรื่องการออกกำลังกายอย่าง เหมาะสมเป็นประจำทุกวัน
6. ฝึกให้เป็นผู้มีอารมณ์เย็น คือ ทำใจให้เป็นพระพรหม ทำตัวให้อยู่เหนือความทุกข์
ไม่มีใครจะเตือนใจของเราดีกว่าตัวเราเอง
7. ลดละความโลภ ความโกรธ ความหลง เพื่อให้ใจสงบ สว่าง สะอาด ด้วยการไม่ยึดตัวเราว่ามีความสำคัญ ควรปล่อยวางความสำคัญของเราลงบ้าง
8. ให้ความสำคัญในเรื่องอาหาร พยายามลดเนื้อสัตว์แต่ให้เพิ่มผัก ผลไม้ ในการรับประทานและ รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย
9. หางานอดิเรกที่ท่านชอบทำเพราะงานอดิเรกทำให้เกิดความสนใจอยู่เป็นนิจ ความคิดไม่ฝ่อ
10. ผู้ สูงอายุควรทำตัวให้เป็นที่เคารพรักของลูกหลาน คือ จะต้องไม่จู้จี้ ขี้บ่น หวง งก เซ้าซี้ซ้ำซาก ควรทำตัวเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลาน สมบัติที่มีอยู่ก็น่าจะแบ่งปันให้ลูกหลานไว้เป็นบุญคุณ
ถ้า หากท่านทำได้อย่างนี้แล้ว โอกาสที่จะได้รับความอบอุ่นจากลูกหลานย่อมมีมากกว่าแน่นอน การเรียนรู้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง พัฒนาความชื่นชอบส่วนตัว ท่านจะได้ชื่อว่าเป็นผู้สูงอายุที่ปลดแต่ไม่เกษียณ ขอให้ชีวิตช่วงปลายเกษียณของท่านเต็มไปด้วยแก่นสารเถอะนะคะ ?ผู้สูงวัยที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการ?






